พระธาตุวัดอุมลอง
วิหารวัดอุมลอง
สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2463 ขนาดกว้าง 7 เมตร ยาว 23 เมตร สถาปัตยกรรมแบบไทยล้านา 'พระครูรักขิตคุณ' เป็นประธานในการสร้าง


บานประตู, หน้าต่าง และเสาทุกต้นเป็นไม้สักทอง แกะสลักลวดลายปราณีตงดงาม โดยช่างชาวพม่า ชื่อ 'หม่องละ'
หน้าต่างสลักลายสวยงาม หลวงพ่อโต (พระพุทธศิริมิ่งมงคล)
  อุโบสถวัดอุมลอง   สร้างเมื่อ พ.ศ. 2475 มีความกว้าง 7 เมตร ยาว 11 เมตร มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบล้านนาผสมสถาปัตยกรรมแบบอินเดีย โดยพระครูรักขิตคุณ เป็นประธานการสร้าง
เสาที่ประดับด้วยกระเบื้อง
ลวดลายการสลักเสาที่สวยงาม
ธรรมมาสน์ที่แกะสลักลวดลายปราณีตงดงาม
หอพิพิธภัณฑ์ (หอจำศีล)
   
สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2465 มีขนาดความกว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตร สถาปัตยกรรมแบบล้านนาผสมสถาปัตยกรรมแบบจีน พระครูรัขิตคุณเป็นประธานสร้าง โดยมี 'นายป้อง มั่นคง' (อุบาสกป้อง) เป็นศรัทธาสร้าง และได้ช่างที่เป็นคนจีนเรียกว่า 'เจ๊กสล่า' เป็นช่าง
   แต่เดิมใช้เป็นหอจำศีล ภาวนา ของนายป้อง มั่นคง ในวันโกนวันพระ ในปัจจุบันใช้เป็นหอพิพิธภัณฑ์สำหรับเก็บโบราณวัตถุ
   

    ภายในหอมีพระประธานที่เก่าแก่ และพุทธประวัติ โดยช่างเขียนสมัยนั้น มีลายเส้นที่งดงาม นอกจากนี้ยังมีวัตถุโบราณประเภทภาขนะใส่น้ำ อาวุธโบราณ หีบใส่ของ พานดอกไม้ แจกัน ช้างไม้โบราณ และพระพุทธรูปบางต่างๆ ฯลฯ
ภาพพระพุทธเจ้าทรงบำเพ็ญเพียรเพื่อตรัสรู้ (ทรงบำเพ็ญทุกขกิริยา)
ภาพพระพุทธเจ้าทรงดับขันท์ปรินิพพาน
ซุ้มพระประธานและภาพจิตรกรรมที่สวยงาม
ตัวอย่างวัตถุโบราณที่ถูกค้นพบในอำเภอเถิน โดยที่ทางวัดจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ชมในพิพิธภัณฑ์ต่อไป
ภาพจิตรกรรมปลงอะสุพกรรมฐาน ( พิจราณาซากศพ) ภายในหอพิพิธภัณฑ์ โดยช่างที่วาดภาพเรื่องราวพระพุทธเจ้า คาดว่า 'ป. เทพสิงห์' เป็นผู้วาด
พระประธานหินอ่อน ศิลปะพม่า
ภาพจิตรกรรมฝาผนังบางส่วนภายนอกของหอพิพิธฑ์ วาดโดย 'ป. เทพสิงห์'
 
ห้องสรงน้ำพระ
มีไว้สำหรับเป็นที่สรงน้ำ (อาบน้ำ) ของพระสงฆ์เจ้าอาวาสในสสมัยนั้น สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2472 มีความกว้าง 1.40 เมตร ยาว 2 เมตร สูง 1.50 เมตร เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนา พระครูรักขิตคุณ เป็นประธานการก่อสร้าง
หอไตร
มีตู้บรรจุพระไตรปิฎกฉบับล้านนา และพระธรรมคำสอนที่จารึกเป็นอักษรไทยล้านนารวม 10 ตู้
สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2472 มีขนาดความกว้าง 7 เมตร ยาว 9 เมตร รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบล้านนาผสมจีน โดยมีพระครูรักขิตคุณเป็นประธานการสร้าง นายหล้า วงศ์จิโน และนายสุก จุมปา เป็นช่าง
ประตูโขง
สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2472 มีความกว้าง 3.50 เมตร สูง 9 เมตร มีลักษณะสถาปัตยกรรมแบล้านนา พระครูรักขิตคุณ เป็นประธานการก่อสร้าง
แผนที่ท่องเที่ยว หน้าหลัก E-mail : thoen_post@hotmail.com
 

 
 
วัดอุมลอง   Wat  Umlong
   ประวัติวัดอุมลอง
   วัดอุมลองตั้งอยู่เลขที่ 346 บ้านอุมลอง หมู่ที่ 1 ตำบลล้อมแรด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งมีเนื้อที่วัดได้ 4 ไร่ 1 งาน 30 ตารางวา น.ส.3 เลขที่ 6493 อาณาเขต ดังนี้
   ทิศเหนือ ประมาณ 30 วา 3 ศอก ทิศใต้ ประมาณ 30 วา ทิศตะวันออก ประมาณ 50 วา 2 ศอก ทิศตะวันตก ประมาณ 55 วา 2 ศอก
   วัดอุมลองสร้างก่อน พ.ศ. 1157 ครูบาอาทิตย์ และครูบาอินทร์จันทร์ลูกศิษย์พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนร่วมกันสร้าง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2437
    วัดอุมลองปัจจุบันสังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย กรมศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ มีเจ้าอาวาสเป็นผู้บริหารวัด
     รายนามเจ้าอาวาสตามหลักฐานอ้างอิง
1. ก่อน พ.ศ. 2430 พระยาโน (ครูบาโน) เป็นเจ้าอาวาส   2. พ.ศ. 2430-2459 พระพรหมเสน ปัญญา (ครูบาพรหมเสน หรือครูบาน้อย) เป็นเจ้าอาวาส   3. พ.ศ. 2460-2519 พระครูรักขิตคุณ (พระครูต๋า) เป็นเจ้าอาวาส   4. พ.ศ. 2522-2531 พระอธิการประเสริฐ อินทโน เป็นเจ้าอาวาส   5. พ.ศ. 2532-2540 พระอธิการสาย ถิรจิตโต เป็นเจ้าอาวาส   6. พ.ศ. 2540-ปัจุบัน พระอธิการสุทัศน์ สุวณโณ เป็นเจ้าอาวาส

   
โบราณสถานที่สำคัญ

สร้างมานานกว่า 2,000 ปี สร้างหลังจากที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว นาน 250 ปี  พระยาอโศกมหาราช เป็นผู้สร้าง ต่อมาได้มีการปรับปรุงซ่อมแซม ตามกาลสมัย ดังปรากฏในตำนานวัดอุมลอง เมื่อ พ.ศ. 2469  พระครูรักขิตคุณ เป็นประธานในการซ่อมแซมมีฐานกว้างด้านละ 11 เมตร สูง 15 เมตร
    •ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  คือ " กระดูกกำพร้า" (กระดูกท่อนแขนใต้ข้อศอก)
   • เป็นพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ของอำเภอเถิน  ร่วมกับพระธาตุวัดเวียง และวัดป่าตาล
   • มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า คืนวันเพ็ญเวลาใกล้เที่ยงคืน มักมีคนเห็นลูกไฟกลมๆ สีเขียวสว่างสดใส เท่าลูกส้มเกลี้ยง ลอยขึ้นจากองค์พระธาตุ แล้วลอยละลิ่วสู่ทิศใต้ หรือบ้างทีก็ลอยสู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้เข้าใจว่าลูกไฟนี้ คงไปเยี่ยมเยียนกันระหว่างวัดอุมลอง และ  วัดดอยป่าตาล นี่เป็นข้อพิสูจน์ถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้เฒ่าผู้แก่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปได้พบสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้