E-mail : thoen_post@hotmail.com การนับถือแก้วแร่ ของชาวเหนือ
 

 
       เรื่องเล่าเมืองเถิน
 
เมืองเถิน
ประวัติเมืองเถิน
แผนที่ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ศิลปะ
สารคดี บทความ เรื่องสั้น
หน้าหลัก
     
คนภาคเหนือเมื่อครั้งโบราณกาล มีความนับถือในความศักดิ์สิทธิของหินแก้วที่เกิดจากธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นสิ่งศิริมงคลที่ได้พกพากับตัวแล้วจะมีโชคดี เช่น การพก 'แก้วโตน'(ลักษณะเป็นแก้วแท่งเล็กๆ) ติดตัวแล้วมีความศักดิ์สิทธิเสมือนกับพรานป่าพกพาเขี้ยวหมูตัน เชื่อว่ามีพลังลี้ลับช่วยป้องกันภัยอันตราย แคล้วคลาดภัยต่างๆ และยังถือว่าการที่ไปทำลายแก้วโตนเป็นสิ่งที่เป็นอัปมงคล นำมาซึ่งภัยวิบัติอีกด้วย
    คนสมัยโบราณมีความเชื่อในด้านคุณของแก้วต่างๆ ดังเช่น แก้ว'แสงต่อ' ว่ามีคุณพิเศษสามารถกันพิษจากแมลงได้ คนเก็บรังผึ้งมักจะอมแก้วตอนที่ปีนขึ้นเก็บรังผึ้ง เชื่อว่าผึ้งจะไม่ต่อยเลย แม้ในปัจจุบันยังมีความเชื่อนั้นอยู่ มีวิธีการพิสูจน์แก้วแสงต่อ โดยการที่ทดลองอมแก้วแล้วเอาปูนสำหรับเคี้ยวหมากมาทาลิ้น ถ้าแก้วนั้นดีปูนนั้นจะไม่ฝาดลิ้นเลย สำหรับแก้วแสงต่อเท่าที่เคยพบมักจะเป็นแก้วหินสีวิตุลน้ำผึ้งตระกูลของแก้วโป่งข่าม มีผู้นิยมนำเอาแก้วโตนและแก้วแสงต่อมาเลี่ยมกรอบแขวนรวมกับพระเครื่องบูชา
    ยุคสมัยทีพม่าเรืองอำนาจในถิ่นลานนาไทย นิยมนำแร่ผลึกสี่เหลี่ยมที่เรียกกันว่า 'เป๊ก' เป็นเครื่องรางของขลัง ซึ่งแร่ชนิดนี้พบได้มากมายที่ดอยเขาควายตำบลแม่ถอด และบ่อแก้วโป่งข่ามด้วย โดยที่เรารู้จักแร่ชนิดนี้ว่า 'ข้าวตอกพระร่วง' เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิตั้งแต่สมัยสุโขทัย มีลักษณะสีทอง เชื่อว่ามีคุณสามารถรักษาแมลงกัดต่อยได้โดยใช้หินนี้ฝนแล้วทาบริเวณนั้น ถ้าหากว่าได้พกพาแก้วที่มีขนาดใหญ่น้ำหนักถึง ๑ บาท แล้วจะสามมารถกันคมเขี้ยวงาได้
    อีกหนึ่งความเชื่อเกี่ยวกับ 'แร่เหล็กไหล' ที่นักธรณีวิทยาถือว่าเป็นแร่ธาตุแมงกานีส ในเขตเมืองเถินพบได้บริเวณเขตติดต่อตำบลแม่ถอด ด้านขุนแม่อาบกับเขตอำเภอลี้จังหวัดลำพูน ซึ่งเคยมีผู้ขอสัมปทานเหมืองแล้ว ลักษณะเหล็กไหลที่ว่านี้เมื่อถูกไฟลนก็จะมีการอ่อนตัวละลายได้ และเข้าใจกันว่าเหล็กไหลนี้สามารถทำให้กลายเป็นทองคำได้โดยกรรมวิธีเล่นแร่แปลธาตุ ด้วยอาศัยกรรมวิธีเวทย์มนต์กับวิธีแปลธาตุ ตามตำหรับว่าผสมด้วยน้ำปะตาหรือปรอทนั่นเอง และยังมีการผสมแร่ต่างๆให้เป็นสิ่งที่เรียกตามตำหรับภาษาพม่าว่า 'เซยากี' ในพิธีนั้นจะมีการนุ่งขาวห่มขาวเข้าพิธีอัคคียะ กรรมวิธีโดยใช้เตาเบ้าไฟบริกรรมคาถาผสมแร่และว่านยาต่างๆให้เป็นเซยากีอันศักดิ์สิทธิ์ แร่เซยากีที่ป่านพิธีดังกล่าวนี้ถือเป็นสิ่งที่สูงค่ายิ่ง ต้องเก็บรักษาไว้บนหิ้งพระเท่านั้น และมักใช้ขัดทาตามเนื้อตัวเพื่อความคงกะพันชาตรี จะมีผู้ทดสอบความศักดิ์สิทธิด้วยการใช้คมมีดฟันตัวเองในกรรมพีธีอัคคียะนั้นด้วย สำหรับสกุลเก่าแกผู้ที่ยังเก็บรักษาเซยากีก็มักจะมีการทดลองความขลังกันอยู่เสมอ โดยการนำเอาเซยากีมาอธิษฐาน ประพรมด้วยน้ำขมิ้นส้มป่อยแล้วห่อผ้า และทดลองยิงด้วยปืน ถ้าลูกปืนยิงไม่ออกหรือขัดลำกล้องก็จะถือว่าศักดิ์สิทธิ นายทหารโบราณมักจะใช้เซยากีทำเป็นหัวแหวนและกำไลข้อมือ ที่เรียกกันว่า 'ม้าว' เคยมีผู้พบ 'ม้าวแขน' ของนายทหารโบราณที่กรุเก่าเมืองงาว จังหวัดลำปาง โดยสีของแร่ดังกล่าวคล้ายเม็ดแก้วประดับสีมะเลืองวาวโลหะ และการขำเอาเซยากีมาฝนขัดเพื่อใช้สักตามร่างกายนั้นนิยมสักกันทั้งชายและหญิง เพราะเซยากีไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบนผิวหนัง แต่การที่เกิดลวดลายจากการสักนั้นเกิดจากการเข้าสีอีกต่างหาก แต่จุดมุ่งหมายที่แท้จริงแล้วคือการสักเซยากี


ข้อมูล : จากหนังสือขุมทรัพย์สังฆเติ๋น, เนื่องในงานทอดกฐินสามัคคีถวายวัดสบคือ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง
           เรียบเรียงและเขียนโดย อาจารย์ศักดิ์ สักเสริญ (ศักดิ์ ส.) รัตนชัย


หมายเหตุ : มีการแก้ไขตัดทอนเพิ่มเติมข้อความและการเรียบเรียงจากต้นฉบับ     'กฤช พรมชาติ