E-mail : thoen_post@hotmail.com เมืองเถิน..ชุมทางสำคัญในเขตล้านนาไทย
 

 
       เรื่องเล่าเมืองเถิน
 
เมืองเถิน
ประวัติเมืองเถิน
แผนที่ท่องเที่ยว
ท่องเที่ยว
ศิลปะ
สารคดี บทความ เรื่องสั้น
หน้าหลัก
     
จากหลักฐานความเป็นมาในอดีตกาล เมืองเถินนับว่าเป็นเมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่ที่น่าสนใจยิ่งเมืองหนึ่งของอาณาจักรล้านนา ดินแดนทางเหนือของไทย ดังได้ปรากฎหลักฐานทางโบราณคดี คือ ซากเวียงที่มีคูน้ำและคันดิน อีกทั้งยังมีวัดถุโบราณที่สำคัญ เช่นวัดเวียง ซึ่งยังมีพระภิกษุจำพรรษาสืบเนื่องมาจนทุกวันนี้เป็นประจักษ์พยาน
     เหตุที่เถินเป็นเมืองประวัติศาสตร์ได้นั้น ก็เนื่่องมาจากตัวเมืองตั้งอยู่ตำแหน่งภูมิศาสตร์ที่เป็นชุมทางการคมนาคมของผู้คนตั้งแต่สมัยโบราณ ใช้สัญจรไปมาระหว่างบ้านเมืองในลุ่มน้ำ ปิง วัง และยม
     ถ้ามองอย่างผิวเผินก็จะเห็นว่า เมืองเถินนั้นตั้งอยู่บนฝั่งน้ำวังที่ไหลลงมาจากกิ่วลม อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ผ่านเมืองลำปางแล้วรรจบกับลำน้ำปิงทางตอนใต้ของอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำติดต่อค้าขาย ระหว่าง ลำปาง เถิน และตาก มีถนนหลวงเป็นเส้นทางคมนาคมทางบก ในปัจจุบันนี้ก็สร้างถนนทับลงไปบนเส้นทางเดินทัพมาแต่ครั้งโบราณนั่นเอง
    นอกจากนั้นเมืองเถินยังได้มีเส้นทางคมนาคมข้ามช่องเขาไปยังลำน้ำลี้ ติดต่อกับลี้ บ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน และจังหวัดเชียงใหม่ได้ จากการศึกษาข้อมูลที่ระบุไว้ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา'ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์'ว่า ในรัชกาลของสมเด็จพระบรมไตโลกนาถ เมื่อ ปีพ.ศ. 1999 กรุงศรีอยุธยาได้แต่งทัพให้ไปเอาเมือง'ลิสบทิน' ส่วนฉบับ'พระราชหัตถเลขา' กล่าวถึงเหตุการณ์ในช่วงเดียวกันว่า เมื่อ ปีพ.ศ.1985 ได้แต่งตังทัพไปเอาเมือง 'ศรีสพเถิน'
    คำว่า ลิสบทิน นั้น นักประวัติศาสตร์ให้ความเห็นว่าน่าจะเป็น 'ลี้สบเถิน' ซึ่งก็หมายถึงเมืองเถิน เมืองลี้
    หากได้พิจารณาศึกษาจากลักษณะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ และหลักฐานทางโบราณคดีเพิ่มเติมแล้ว จะพบว่าเมืองเถินไม่ได้เพียงแต่ตั้งอยู่บนเส้นทางคมนาคมระหว่างลุ่มน้ำวังกับน้ำปิง หรืออีกนัยหนึ่งคือ ระหว่างเมืองตาก เถิน ลี้ ลำำพูน และเมืองเชียงใหม่เท่านั้น หากเป็นศูนย์กลางที่สามารถติดต่อไปยังบรรดาบ้านเมืองลุ่มแม่น้ำยมในเขตจังหวัดสุโขทัย และจังหวัดแพร่อีกด้วย ดังที่มีเส้นทางคมนาคมจากเถินไปทุ่งเสลี่ยมและสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย หนึ่งเส้นทาง และจากเถินไปแม่สรอย อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ อีกหนึ่งเส้นทาง
    เส้นทางโบราณจากเถินไปยังอาณาจักรสุโขทัย อาศัยเส้นทางตามลำน้ำแม่มอก มีต้นน้ำอยู่ที่เขาดอยขุนแม่มอก ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเถิน ลำน้ำนี้จะไหลลงไปทางทิศใต้ ผ่านบ้านแม่มอกใต้ลงสู่ที่ลุ่มในเขตบ้านสะพานหิน แล้วผ่านซอกเขาลงสู่ที่ลุ่มผ่านบ้านห้วยริน บ้านแม่สะเลียมหวาม บ้านปางอ้า มายังบ้านแม่พุ แล้วหักวกผ่านช่องเขาในเขตบ้านแม่บ่อทองและบ้านโปงฝางมาทางทิศตะวันออก เข้าสู่เขตพื้นที่ราบลุ่มของห้วยกลางดง ซึ่งเป็นบริเวณชุมชนในเขตอำเภอทุ่งเสลี่ยม จังวัดสุโขทัย ไหลผ่านเขตบ้านใหม่ แล้วลดเลี้ยวลงมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ผ่านบ้านท่าวิเศษไปยังบ้านขอนไม้ซุง ไหลลงสู่ืี่ที่ราบลุ่มของฝั่งแม่น้ำยมในเขตอำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย
    ลำน้ำแม่มอกนี้ตอนที่ผ่านเขตอำเภอทุ่งเสลี่ยมลงมามีชื่อเรียกว่าลำน้ำ'ฝากระดาน' เป็นชื่อที่มีมาแตโบราณ ตรงที่ลำน้ำฝากระดานไหลผ่านเขตบ้านท่าวิเศษ เป็นบริเวณที่มีถนนพระร่วง เป็นคันดินหรือแนวถนนโบราณ ที่ตัดผ่านจากเมืองสุโขทัยผ่านขึ้นไปยังเมืองศรีสัชนาลัยซึ่งอยู่ทางทิศเหนือ ณ บริเวณใกล้กับบ้านท่าวิเศษ อันเป็นจุดที่ถนนได้มาบรรจบกับลำ่น้ำฝากระดาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณสมัยสุโขทัย มีชื่อว่าเมืองบางฉลังหรือบางขลัง ที่ได้ถูกกล่าวถึงในศิลาจารึกสุโขทัยหลายๆหลัก โดยเมืองนี้เป็นเมืองกึ่งกลางระหว่างเมืองสุโขทัยและเมืองศรีสัชนาลัย ที่ได้จารึกจากวัดศรีชุมระบุว่า 'เมื่อขุนผาเมืองและขุบางกลางหาวยกกองทัพจากเมืองศรีสัชนาลัยมาตีสุโขทัยคืนจากขอมสมาดโขลญลำพงนั้น ก่อนถึงสุโขทัยได้นำไ่พร่พลมาพบกันที่เมืองบางฉลัง' และเช่นเดียวกัน ในจารึกวัดป่ามะม่วงก็ระบุว่า 'ก่อนสมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไทยขึ้นครองราชย์ ณ เมืองสุโขทัยนั้น ทรงประทับอยู่ ณ เมืองศรีสัชนาลัยก่อน แล้วยกกองทัพจากเมืองศรีสัชนาลัยผ่านเมืองฉลังไปตีเมืองสุโขทัย เมื่อรบชนะศัตรูแล้วก็เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ'
   จากหลักฐานทางภูมิศาสตร์จะเห็นได้ว่า ตรงบริเวณที่ลำน้ำแม่มอกหรือลำน้ำฝากระดานไหลตัดผ่านเมืองเมืองบางฉลังนั้น ไม่เพียงแต่เป็นบริเณที่เป็นจุดผ่านจากศรีสัชนาลัยมายังสุโขทัย หากยังเป็นจุดรวมที่จะเดินทางตามลำน้ำมายังเมืองเถินซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออีกด้วย โดยเหตุที่เมืองบางฉลังและเมืองเถินต่างก็เป็นเมืองชุมทางคมนาคมเหมือนกัน นับว่าเมืองประเภทนี้เป็นเมืองหน้าด่านในทางยุทธศาสตร์
    ก่อนที่จะมีการตัดถนนหลวงจากอำเภอสวรรคโลก มาทุ่งเสลี่ยม และเถินนั้น ผู้คนสมัยก่อนจะเดินทางไปมาหาสู่กันโดยใช้เส้นทางถนนโบราณ ตามสิ่งที่ปรากฏเป็นหลักฐานสำคัญที่่ว่า ราษฎรส่วนใหญ่ในเขตอำเภอทุ่งเสลี่ยมนั้นเป็นผู้ที่อพยพมาจากเมืองเถิน ในสายตาของคนในเขตอำเภอเมืองสุโขทัย และอำเภอบ้านด่านลานหอย (พูดภาษาภาคกลาง) มีความเห็นว่าคนที่อยู่ในเขตอำเภอทุ่งเสลี่ยมเป็นคนลาว (หมายถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ภาคเหนือ) ด้วยที่มีลักษณะเป็นแบบคนลาวที่มีถิ่นอาศัยอยู่ทางเขตเมืองเถิน ลำปาง ลำพูน และเชียงใหม่ ดูได้จากประเพณี สถาปัตยกรรมลักษณะการสร้างบ้านเรือนและวัดวาอาราม
    เส้นทางโบราณอีกเส้นทางหนึ่งคือ จากเมืองเถินไปยังเมืองตรอกสลอบ ริมฝั่งลำน้ำยม ในเขตอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ มีลักษณะเดียวกันกับเส้นทางจากเถินไปทุ่งเสลี่ยมและสวรรคโลก นั่นคือมีลำน้ำสายเล็กๆ ชื่อห้วยแม่ปะ มีต้นกำเนิดมาจากที่สูงและภูเขาในเขตบ้านวังคำ และบ้านปางกุ่ม ไหลผ่านซอกเขาลงมาสู่ที่ลุ่มในเขตบ้านท่ามะเกว๋น และบ้านท่าผา มาสู่ลำน้ำวัง ซึ่งถ้าเดินทางตามลำห้วยแม่ปะย้อนขึ้นไป พอถึงต้นน้ำก็จะข้ามร่องเขาบริเวณสันปันน้ำขึ้นสู่ต้นน้ำของลำน้ำสร้อยในเขตบ้านวังคำ บ้านปางขัน ไหลลงสู่ที่ราบลุ่มในเขตบ้านแพะ ผ่านบ้านแม่ลา บ้านป่าสัก บ้านสองแคว บ้านปางไฮ และบ้านปางมะโอ แล้วไหลลงสู่แม่น้ำยม หากเดินทางตามลำน้ำยมขึ้นไปทางทิศเหนือก็จะถึงอำเภอวังชิ้น อันเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณเมืองหนึ่งอยู่ริมฝั่งทางทิศตะวันตกของแม่น้ำยม เมืองแห่งนี้มีร่องรอยแนวคันดินและซากวัดโบราณ มีวัดสำคัญคือวัดปงสนุก ตามศิลาจารึกของอาณาจักรสุโขทัยสมัยแรกๆ ระบุปี พ.ศ. 1882 จารึกนี้ได้เอ่ยถึงเมืองตรอกสลอบ
    จากตำแหน่งที่ตั้งของเมืองและสภาพภูมิประเทศตามที่ได้กล่าวมาแล้ว จะเห็นได้ว่าเมืองเถินคือเมืองหน้าด่านที่เป็นชุมทางคมนาคมที่มีความสำคัญมาแต่ครั้งโบราณ และโดยสถานะดังกล่าวจึงทำให้เมืองเถินมีวิวัฒนาการขึ้น เป็นเมืองที่มีความเก่าแก่เทียบเมืองอื่นๆในเขตแคว้นล้านนา อีกทั้งยังมีผู้คนอาศัยอยู่สืบเนื่องเป็นเมืองมาตลอดจวบจนถึงปัจจุบัน


เอกสารอ้างอิง :

วารสารเมืองโบราณ ปีที่ 5 ฉบับที่ 4 ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม พ.ศ. 2522
การสัมภาษณ์นายอ้าย อาษา มัคทายกวัดอุมลอง วาระตั้งแต่ พ.ศ. 2500-2544
ทะเบียนศาสนสมบัติของวัดอุมลอง
หนังสือประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร เล่มที่ 8 พ.ศ. 2532 กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ
รวบรวม-เรียบเรียง : ศาสตราจารย์เกียรติคุณ จำรูญ ยาสมุทร, นายประเสริฐ คำใส
 หมายเหตุ มีการแก้ไขเรียบเรียงบางส่วน