"คนบ้า"

     ชายผู้หนึ่งซึ่งยืนอยู่หน้าผมนี้ ไม่มีคำบรรยายใดๆมากไปกว่าคำว่า "คนบ้า"
  ใครๆก็รู้ว่าเขาเป็นคนเช่นไร เขาไม่มีความสลักสำคัญสำหรับประเทศแห่งนี้ และโลกใบนี้รวมถึงจักรวาล
     ด้วยผมเผ้ากระเซอะกระเซิงฟูและยาว หนวดเรียวยาวบนริมฝีปากหนาเตอะ และขนจมูก เคราแพะหย่อมดำที่ปลายคาง แก้มซูบตอบเขลอะสิวเสี้ยน เสี้ยน เสี้ยน เบ้าตาเขียวลึกกลวงโบ๋ ตาแดงก่ำด้วยพิษสุรา เสื้อผ้าไม่มีใส่ ขนเพชรหงิกงอลามขึ้นมาถึงหน้าท้องที่ซูบผอม ซี่โครงบาน

และขาลีบประดับไว้ด้วยรอยสักนัยว่าอยู่ยงคงกระพัน และตรงนั้นเหี่ยว รองเท้าไม่มีใส่ แต่ดันใส่ถุงเท้า "บ้าซิบ" 
     ผมเดินถอยหลังออกมาจากเขาสามก้าวแล้ววิเคราะห์ โดยความจริงแล้วผมมีธุระสำคัญที่จะต้องทำอีกมากมายต่อจากนี้ แต่แล้วทำไมผมต้องมายุ่งกับเรื่องพรรค์นี้ด้วย อาจจะเนื่องจากด้วยรูปพรรณอันน่าสะอิดสะเอียนและแฝงไปด้วยนัยแห่งความโศกเศร้า  และอารมณ์ของเขาซึ่งบงบอกถึงจินตนาการอันขมขื่น มันชวนให้ผมต้องหยุดมอง และใครๆก็อาจจะเหลือบหางตามามองเขาบ้าง แล้วผ่านเลยด้วยแสยะแห่งความ

ทุเรศมากกว่าชื่นชม ถ้านับว่าเป็นงานศิลปะ ก็คงประมาณเอาขี้มาปาดป้ายเช่นนั้น มันทั้งเน่าเหม็นและเหลืองอ๋อย "ชวนอ้วก"
      ผมอาจจะจินตนาการต่อไปอีกว่า วันนี้เขาจะไปที่ไหน? อยู่กับใคร? อะไร? และอย่างไร? เอ.....แล้วนี่ทำไมผมถึงอยากเสือกกับเรื่องของเขาด้วยนะ
      ผมถอยหลังออกมาอีกห้าก้าว แล้วนั่งยองๆดู
                   ไอ้ห่า!!! มันจะกระโดดมาเตะผม
       ผมตะลึงพรวดตาถมึงกราดชี้หน้ามัน
                     "ไอ่สัตว์!!"
       มันเงียบโดยทันที และท่าที ผมส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
                     "ไอ่ห่าเอ๊ย! ทำไมมึงถึงทุเรศอย่างนี้ว่ะ"
       แล้วผมก็เดินจากไป   จากกระจกบานนั้น
        
'กฤช
'จุดประกายวรรณกรรม' นสพ.กรุงเทพธุรกิจ
ปีที่ 16 ฉบับที่ 5210 วันที่ 22 ธ.ค. 2545
กลับ
E-mail: thoen_post@hotmail.com